“พลอย” แฮปปี้ “ปีเตอร์” เข้ามาช่วยดูลูก พร้อมเปิดใจความสัมพันธ์ตอนนี้คืออะไร

หลังๆ มานี้ได้เห็นภาพครอบครัวบ่อยขึ้นสำหรับ “พลอย พลอยพรรณ” และ “ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล” ที่มีลูกชายน่ารักด้วยกัน 2 คน คือ “น้องแพนเตอร์” และ “น้องพูม่า” โดยเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ก็เป็นวันเกิดอายุครบ 2 ขวบของลูกชายคนเล็กก็มีภาพที่ “ปีเตอร์” มาร่วมอวยพรที่บ้านด้วย ทำเอาแฟนคลับต่างก็ลุ้นให้ทั้งคู่รีเทิร์นกัน

ล่าสุดได้เจอ “พลอย” ในงานแถลงข่าวกิจกรรม “คอลเกต ลุ้นทุนการศึกษาเพื่อการเรียนรู้เพิ่มเติม ปีที่ 2” ณ หอสมุดเมืองกรุงเทพ ถนนราชดำเนิน ก็ให้สัมภาษณ์ว่า

“พูม่า 2 ขวบพอดีเลยเมื่อวาน (23 พ.ค.) ตอนแรกว่าจะจัดงานแต่พอดีแพนเตอร์ไข้ขึ้น ตัวพูม่าเองก็ไอเยอะมาก นี่ก็จะมางานวันนี้ก็เลยหยุดเรียน 2 วันเพราะกลัวน้องจะไม่ไหว คือตอนแรกก็แพลนธีมงานไว้หมดแล้วแต่ก็โทรไปแคนเซิลบ้านลมซึ่งเขาก็บอกไม่เป็นไร คือตอนแรกเราไม่ทราบว่าลูกป่วยเพราะบินอยู่เกาหลี แต่พอดีคุณครูฝากมาบอกที่บ้านว่าอย่าให้น้องมาโรงเรียนช่วงนี้ เมื่อวานเราก็ไม่ได้เตรียมอะไรเลยเพราะเราอยากให้เขาหมกตัวพักผ่อนอยู่ที่บ้านให้หายไข้ แต่พอดีแม่เพื่อนแพนเตอร์เขาซื้อเค้กกับของขวัญเข้ามา เราก็เลยจัดเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่มีแต่คนสนิท คุณพ่อเขาก็นำเค้กและของขวัญมาให้ด้วย

ถามว่าเขาให้อะไร คือจากที่เราติงตอนเขานำของขวัญมาให้แพนเตอร์ครั้งก่อนว่ามันเป็นของเล่นสำหรับเด็กที่โตกว่านี้นิดหนึ่ง ครั้งนี้เขาก็เลยเปลี่ยนมาเป็นตามอายุซึ่งก็ดี อย่างของพูม่านี่เขาก็จะรู้ว่าน้องชอบเล่นของที่ต้องประกอบเขาก็ซื้อมาให้ลูกดู คำอวยพรก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เขาก็แค่มาและให้ความรักลูกแบบที่เราเป็นครอบครัวก็ถือว่าโอเคแล้ว ที่เขามาวันเกิดลูกได้เขาก็คงเห็นความสำคัญของลูกเลยลงตารางไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้วว่าวันเกิดลูก 2 วันจะไม่รับงาน ที่บอกเขามาหาบ่อยขึ้น คือตอนแรกมีการสื่อสารผิดพลาดนิดหนึ่งคือเขาเข้าใจว่าเขาจะมาหาลูกตอนที่เราไม่อยู่ เราก็บอกว่าอย่าทำอย่างนั้นเลย เข้ามาตอนที่คิดถึงลูกดีกว่าเพราะบ้านนี้ก็เป็นบ้านที่เขาเคยอยู่ กุญแจบ้านเขาก็มี

สำหรับความสัมพันธ์ คือความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-ลูกมันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนเราก็ต้องจูนกันเยอะพอสมควรเพราะเราจะเป็นพ่อแม่ลูกในแบบที่เป็นเพื่อนกันได้ บางทีความเห็นเราก็ไม่ตรงกันบ้างแต่จะเห็นว่าเขาถอยหลังให้เยอะขึ้น เขาจะรับฟังและทำตามที่เราพูด ส่วนการกลับมาอยู่ร่วมกันก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเขากลับมา คือเขากลับมาในแง่ของความเป็นพ่อและทำหน้าที่ที่เขาควรทำแต่แรก แต่ในแง่ชู้สาวตอนนี้เราก็สบายตัวแล้ว คือเรามีหน้าที่ต้องทำเยอะมาก เราไม่มีเวลาให้อารมณ์เรื่องความรักที่จะต้องมานั่งตามเขา ก็ขอถอยออกจากเรื่องตรงนี้ก่อนดีกว่า

เรื่องไปเที่ยวเป็นครอบครัว เขาไม่ไปด้วย เราชวนแล้ว อย่างก่อนหน้านี้เราก็บอกเขาแล้วว่าจะไปเดนมาร์กในเดือน 7 เหมือนเขายังไม่สะดวกใจด้วย หากไปเป็นครอบครัวก็อาจจะต้องปรับตัวกันอีกนิดหนึ่ง คือเราก็เห็นครอบครัวอื่นที่ไปเที่ยวด้วยกันได้เราก็คิดว่าลูกก็คงอยากมีโมเม้นท์นี้บ้าง เมื่อวานเราก็เรียกแพนเตอร์มานั่งคุยเลยเพราะเขาโตพอจะรู้เรื่องเยอะแล้ว เราก็อธิบายให้เขาฟังทุกอย่าง เขาก็สนใจสักพักแล้วก็ไม่สนใจตามประสาเด็ก เราก็อธิบายเท่าที่เขาจะเข้าใจ ให้เขารู้ว่าพ่อกับแม่รักเขา

เราค่อนข้างละเอียดเรื่องจิตใจน้อง เราจะสังเกตอาการของเขาว่าเป็นยังไงเพราะเขาไม่เคยโตในครอบครัวที่พ่อแม่เลิกกัน เราไม่รู้ว่าเด็กจะคิดยังไง แต่เราก็ให้เวลาลูกเยอะและเรามีครอบครัวเข้ามาช่วยดูแล ดังนั้นเรื่องความรักเขาไม่ขาด ก็โอเคอยู่ ทางพี่เตอร์เขาก็เข้ามานั่งฟังด้วยกันและเขาก็ย้ำว่าเขารักลูกนะ บางทีเราอธิบายให้ลูกฟังเขาก็สำทับอีกที

ส่วนโอกาสที่เข้าจะกลับมาอยู่บ้าน อันนี้เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลย จริงๆ ห้องนอนห้องหนึ่งว่าง ก็เคยบอกเขาแล้วว่าถ้าเกิดเขาลำบากอะไรบ้านนี้ก็เป็นบ้านเขา ถึงนี่จะเมียเก่าแต่ก็เป็นลูกปัจจุบัน เขาก็เข้ามาใช้ชีวิตได้ คือเราสะดวกใจนะ เราไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ก็ดีเหมือนกันเพราะเราจะได้มีคนที่ไว้ใจได้คอยดูลูกอีกที ส่วนเรื่องใจอ่อนเอาจริงๆ เราก็สบายๆ ไม่ได้มีใคร ถ้าจะมาก็มาได้

กับที่บอกว่าเขาเปลี่ยนไปก็ถ้าเขาเห็นลูกสำคัญที่สุดก็เป็นเรื่องที่ดี ก็อาจต้องใช้เวลานิดหนึ่งเพราะ 2 ปีที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตส่วนตัวของเขาเลยอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับการที่ต้องเข้ามาดูลูกตลอด เราก็พยายามให้กำลังใจและปลุกใจให้เขากลับมาหาลูก ให้เขาอยู่กับลูกแล้วสนุก มีความสุข คือเราทุกคนก็ต้องช่วยกัน ถ้าเขาจะมาดูลูกได้ตลอดก็ยินดี”

ขอขอบคุณ sanook