เบิร์ธเดย์ ปชป.สมาชิก-ตัวแทนพรรคพันธมิตรแห่ร่วมยินดี “มาร์ค” พร้อมสู้เลือกตั้ง

ปชป. จัดงานครบวันคล้ายวันเกิดพรรคครบ 71 ปี สมาชิกคับคั่ง ตัวแทนพรรคพันธมิตรแห่มอบกระเช้าดอกไม้ “บัญญัติ” ลั่นเลือกตั้งครั้งนี้พรรคจะไม่เล็ก “อภิสิทธิ์” พร้อมลงสนามเลือกตั้งชูทางเลือก ปชช. อาสาพาประเทศเดินหน้า จ่อเลือก กก.บห. ชุดใหม่ ตาม กม. พรรคการเมือง

วันนี้ (6 เม.ย.) เมื่อเวลา 08.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีพิธีจัดงานครบรอบวันคล้ายวันเกิดพรรค ครบ 71 ปี ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 8 ซึ่งมีพิธีทางศาสนา ทั้ง อิสลาม พราหมณ์ และ พุทธ โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหั วหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค พร้อมด้วย คณะผู้บริหารพรรค อดีต ส.ส. ส.ก. ส.ข. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

นอกจากนั้น ยังมีตัวแทนจากพรรคการเมืองอื่นๆ นำกระเช้าดอกไม้เข้าแสดงความยินดี อาทิ จากพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรค จากพรรคชาติไทยพัฒนา นำโดย นายวราวุธ ศิลปอาชา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นายนิกร จำนง รวมทั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เป็นต้น

ทั้งนี้ นายบัญญัติ ได้กล่าวกับกลุ่มสมาชิกมุสลิม ว่า ต่อไปนี้วันที่ 6 เม.ย. จะมีวันสำคัญถึง 3 วัน คือ วันจักรี วันเกิดพรรคประชาธิปัตย์ และวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปี 2560 ซึ่งการเลือกตั้งคงจะเกิดขึ้นในไม่ช้าตามโรดแมป หรือคลาดเคลื่อนคงไม่ผิดจากนี้ ซึ่ง 71 ปี ของพรรคเรา ดำรงอยู่ได้ด้วยความมุ่งมั่นของสมาชิกทุกคน และพรรคจะเข้มแข็งได้ประกอบไปด้วยสภาพการเมืองในประเทศ และคนของพรรค ที่ผ่านมา พรรคเราลุ่มๆ ดอนๆ เล็กบ้างใหญ่บ้าง แต่เลือกตั้งครั้งต่อไปมั่นใจว่าเราไม่น่าจะเล็กอย่างที่เป็นมา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวกับสื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ก้าวเข้าสู่ปีที่ 72 สิ่งสำคัญที่สุด พรรคต้องทำงานตอบสนองและแก้ปัญหาต่างๆ ของประชาชนและประเทศ เพราะอยากจะเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ส่วนด้านการเมืองตนอยากให้นำไปสู่ความเป็นประชาธิไตยที่จะไม่กลับไปล้มเหลวเหมือนเดิม ทุกฝ่ายต้องร่วมกันผลักดันการปฏิรูปในด้านต่างๆ ยึดมั่นในกติกาของประชาธิปไตยและความซื่อสัตย์สุจริต และจะผลักดันให้เศรษฐกิจของไทยหลุดพ้นจากปัญหาในปัจจุบันทางด้านเศรฐกิจ ที่มีประสิทธิภาพ และความเป็นธรรม และคำนึงถึวามความเหลื่อมล้ำ เพราะปัจจุบันมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมมีสูง รวมถึงปัญหาของเกษตรกร ปัญหาของคนในชนบท ปัญหาผู้ใช้แรงงาน และประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ความเป็นสังคมสูงวัย ดังนั้น พรรคต้องการสร้างสิทธิต่างๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชน ว่า เราจะเป็นที่พึ่งที่หวังในการตอบโจทย์ของประเทศได้ และจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตเพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้ายืนยันว่าพรรคเป็นทางเลือกที่ไม่เหมือนกับพรรคอื่น มีความพร้อมจากประสบการณ์ทั้งในทางที่ดี และไม่ดี เพื่อจะนำพาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

เมื่อถามต่อว่า หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว พรรคมีการเตรียมความพร้อมอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การดำเนินการของพรรคมีข้อจำกัดในเรื่องกฎหมาย ก็ต้องดูว่าคณะรักษาความความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะยกเลิกคำสั่งต่างๆ ที่ห้ามพรรคการเมืองดำเนินการกิจกรรมทางการเมืองอย่างไร ตนคาดว่า จะมีการผ่อนคลายเป็นลำดับ แต่เรื่องของการเตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ อาทิ การหาบุคคลากรใหม่ๆ การเตรียมนโยบาย ทางพรรคก็ได้ทำงานเป็นลำดับโดยไม่เป็นทางการ หากมีการเลือกตั้งก็ไม่มีปัญหาทุกคนมีความพร้อมอยู่แล้ว โดยจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารใหม่ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับใหม่ ส่วนที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ก็เป็นขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่หากจะมีการเลือกตั้งในปี 2561 ตนเชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตามจำนวนประชากรจากที่ระบุไว้ตอนสิ้นปี 2560 และการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้นเป็นแค่ทำให้เห็นภาพคร่าวๆว่าหากมีการเลือกตั้งปีนี้ จำนวน ส.ส. แต่ละจังหวัดจะเป็นอย่างไร เพื่อส่งให้พรรคการเมืองได้มองเห็นว่าจะต้องเตรียมตัวทำงานอย่างไร

ต่อข้อถามถึงความสำคัญของระบบเลือกตั้งในระบบไพรมารีโหวต นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า กฎหมายพรรคการเมืองยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีปัญหา เพราะในอดีตที่ผ่านมาการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. พรรคให้คณะกรรมการสรรหาฟังจากสาขาพรรคจากพื้นที่ ซึ่งสาขาพรรคก็มาจากการเลือกตั้ง ขณะที่กฎหมายใหม่ยังไม่ระบุเลยว่าสาขาพรรคต้องมาจากการเลือกตั้ง วันนี้พรรคไม่ได้กังวลเรื่องกติกาเพราะร่างรัฐธรรมนูญมีข้อยุติจากการทำประชามติ กฎหมายพรรคการเมืองถ้าออกมาเพื่อให้สมาชิกประชาชนมีความเป็นเจ้าของมากขึ้น ถือว่าตรงกับแนวทางของพรรคอยู่แล้ว สิ่งที่พรรคอยากจะทุ่มเท คือ การเตรียมความพร้อมในการแก้ปัญหาของประเทศ

เมื่อถามว่า อาจจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนการเลือกตั้ง ส.ส. ทางพรรคได้เตรียมความพร้อมอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าขั้นตอนจะเป็นอย่างไร แม้แต่การเลือกตั้งท้องถิ่นก็ต้องรอกฎหมาย กกต. และต้องรอให้ กกต. มีเวลาปรับตัวเข้ากับกฎหมายใหม่ นอกจากนี้ ยังมีแนวทางของรัฐบาลที่จะปฏิรูป หรือเปลี่ยนโครงสร้างท้องถิ่น จึงต้องรอกฎหมายเฉพาะ อาทิประมวลกฎหมายท้องถิ่น กฎหมาย กทม. ดังนั้น ทางพรรคยังไม่ทราบชัดเจนว่าตารางเวลาจะเป็นอย่างไร แต่ความสำคัญของการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่เท่ากับอนาคตของท้องถิ่นว่าจะเป็นอย่างไร ตนเป็นห่วงว่าสิ่งที่มีการนำเสนอนั้นสวนทางกับการปฏิรูป และการกระจายอำนาจ เช่น การจะยุบ อบต. ซึ่งเป็นรูปแบบของท้องถิ่นที่ออกมาเพื่อประชาชนชนบททุกหมู่บ้านมีตัวแทน หากไปยุบเป็นเทศบาลก็กระทบกับหมู่บ้านจำนวนมากที่อาจจะไม่มีตัวแทนตามสภาพความเป็นจริง ถ้าไปยุบรวมจะเป็นปัญหามาก ดังนั้น อยากให้ทบทวนให้ดีเสียก่อน ส่วนเรื่องเลือกตั้งต้องมาทีหลังเรื่องของโครงสร้าง

ขอขอบคุณ มติชนออนไลน์