เปลี่ยนไลฟ์สไตล์9 ข้อ ลดเสี่ยงสมองเสื่อม

ผลการศึกษาเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีพบการศึกษาที่ดีตั้งแต่เด็ก และการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมได้ถึง 35% วารสารทางการแพทย์แลนเซทตีพิมพ์ผลการศึกษานำเสนอในการประชุมนานาชาติของสมาคมอัลไซเมอร์ที่กรุงลอนดอน ซึ่งรวบรวมงานวิจัยของผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ 24 คน เผยว่าปัจจัยเรื่องของไลฟ์สไตล์เป็นเรื่องสำคัญมากกับการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของการเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมในแต่ละบุคคล

ศ.กิล ลีฟวิงส์ตัน แห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ผู้ทำวิจัยเรื่องนี้กล่าวว่า แม้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมจะเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้ป่วยอายุมากแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงของสมองเริ่มต้นหลายปีก่อนหน้านั้น ซึ่งเราควรปรับเปลี่ยนชีวิต และเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของโรคสมองเสื่อม และอัลไซเมอร์ตั้งแต่ตอนนี้
ปัจจัยไลฟ์สไตล์ 9 ข้อ ซึ่งเสี่ยงทำให้เป็นโรคสมองเสื่อม ได้แก่ สูญเสียการได้ยินในวัยกลางคนเพิ่มความเสี่ยงสูงถึง 9%, เรียนไม่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นหรือออกจากโรงเรียนก่อนอายุ 15 ปี เนื่องจากการศึกษา และการมีสังคมจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคนี้ถึง 8%, สูบบุหรี่ ทำให้เสี่ยงเพิ่ม 5%, ไม่ยอมรักษาอาการซึมเศร้าตั้งแต่ช่วงต้นที่เป็น เสี่ยงเพิ่ม 4%, ไม่ออกกำลังกาย เสี่ยงเพิ่ม 3%, ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวไม่มีสังคม เสี่ยงเพิ่ม 2%, ความดันโลหิตสูง เสี่ยงเพิ่ม 2%, เป็นโรคอ้วน เสี่ยงเพิ่ม 1% และเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 เสี่ยงเพิ่ม 1% ซึ่งถ้าสามารถหลีกเหลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทั้ง 9 ข้อนี้ได้จะลดเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมได้ถึง 35% ส่วนอีก 65% เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคนเรา
แต่การศึกษาถึงปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมชิ้นนี้มีข้อจำกัดที่ยังขาดการศึกษาปัจจัยเสี่ยงด้านอื่นด้วยได้แก่การบริโภคอาหาร, ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, อาศัยอยู่ใกล้ถนนใหญ่หรือไม่รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ซึ่งล้วนมีความเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคสมองเสื่อม. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth