เภสัชกรยันไร้ยารักษาจริง ติดเชื้อ’ไวรัสโรตา’ท้องร่วง

ทำความรู้จัก“เชื้อไวรัสโรตา” สาเหตุโรคท้องร่วงรุนแรง เผยมี 7 สายพันธุ์ พบบ่อยในเด็กเล็ก ระบาดหนักฤดูหนาว ไร้รักษาจริง แต่รักษาได้ตามอาการ

ทำเอาแฟนคลับตื่นตกใจ หลังนักแสดงสาว “นุสบา ปุณณกันต์” ถูกหามส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ด้วยอาการท้องเสียรุนแรง เนื่องจากติดเชื้อไวรัสโรตา ซึ่งยังไม่มียารักษา จึงเกิดคำถามตามมามากมาย ตั้งแต่โรตาไวรัสคืออะไร จะสังเกตอาการของโรคได้อย่างไร รวมไปถึงวิธีป้องกันต่างๆ นานา

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 9 ม.ค. เภสัชกรอุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล ออกมาไขข้อสงสัย่านแฟนเพจ “สาระสุขภาพยาน่ารู้โดยเภสัชกรอุทัย” ระบุว่า คนไข้หลายๆ ราย หรือลูกๆ ก็เข้าโรงพยาบาลด้วยอาการของโรคท้องร่วงเช่นนี้ โดยไวรัสโรตา (Rotavirus) เป็นไวรัสกลุ่มอาร์เอ็นเอ (Double-stranded RNA virus) ซึ่งมี 7 สายพันธุ์ (A, B, C, D, E, F และ G) เด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ขวบเกือบทุกคน จะติดเชื้อไวรัสนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง เกิดจากการกินสิ่งปนเปื้อนอุจจาระที่มีเชื้อนี้ เช่น เด็กมือเปื้อนแล้วอมหรือดูดนิ้ว หรือเชื้อ/อุจจาระ ติดกับของเล่น เครื่องใช้ จึงป้องกันค่อนข้างยาก ดังนั้นมักระบาดในโรงเรียนเด็กเล็ก หรือสถานเลี้ยงเด็ก แต่เด็กอายุน้อยกว่า 3 เดือน จะมีภูมิคุ้มกันตานทานไวรัสโรตา ที่ผ่านรกมาจากแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และเด็กที่กินนมแม่ จะมีภูมิคุ้มกันมากกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ เด็ก 2 กลุ่มนี้ จึงท้องร่วงจากติดเชื้อไวรัสโรตา น้อยกว่าเด็กกลุ่มอื่นๆ

ทั้งนี้เชื้อไวรัสโรตาที่อยู่ในตัวเด็กที่เป็นโรค จะแพร่สู่ผู้อื่นทางอุจจาระได้ ตั้งแต่ประมาณ 1-2 วันก่อนมีอาการท้องร่วง จนกระทั่งประมาณ 10 วันหลังจากเริ่มมีอาการ ซึ่งในผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคบกพร่อง จะพบเชื้อในอุจจาระนานกว่า 30 วันหลังจากการติดเชื้อ โดยเชื้อที่ออกจากร่างกาย ไปติดตามสิ่งของต่างๆ จะคงทนอยู่นานหลายเดือน หากไม่เช็ดออกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ สามารถก่อโรคได้เช่นกัน

“ทำไมเป็นเยอะช่วงนี้ จากข้อมูลของประเทศไทย พ.ศ.2553 โรคท้องร่วงในเด็กพบได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบมากในช่วงฤดูหนาว ระหว่าง พ.ย.-ก.พ. และในช่วงฤดูฝนระหว่าง พ.ค.-ก.ค. โรคท้องร่วงที่พบบ่อยในช่วงฤดูหนาว ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสโรตา ในประเทศไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่าในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี 43-56% ของเด็กที่เป็นโรคท้องร่วง ที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล”

สำหรับอาการที่บ่งชี้ว่า โรตาไวรัสเล่นงานเสียแล้ว เมื่อร่างกายได้รับเชื้อโรตาไวรัส มีระยะฟักตัว 2-4 วัน โดยเริ่มมีอาการไข้สูง และมีอาการของหวัดนำมา จากนั้นจะอาเจียนใน 2-3 วันแรก และอุจจาระเป็นน้ำ เป็นมูก มีกลิ่นเหม็นเน่า แต่ไม่มีเลือดปนอยู่นานประมาณ 3-8 วัน ซึ่งในเด็กที่มีอาการรุนแรง อาจพบภาวะขาดน้ำ หรือถึงขั้นเกิดภาวะช็อกได้ นอกจากนี้อาจมีสารเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ และภาวะพร่องแลคโตสร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม การรักษาการติดเชื้อไวรัสโรตา แพทย์จะรักษาตามอาการ หรือเรียกว่ารักษาแบบประคับประคอง หากสงสัยว่าเด็กอาจติดเชื้อไวรัสโรตา อย่านิ่งนอนใจ ควรพาลูกไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็ว ซึ่งการรักษาที่ดี คือให้น้ำและเกลือแร่ทดแทนให้เพียงพอ และให้ทันเวลา เด็กจะไม่ซึม ปัสสาวะได้ดี ไม่หอบเหนื่อย เกลือแร่ที่มีขายเป็นซองใช้ได้ ดูการผสมให้ถูกต้องว่า หนึ่งซองผสมน้ำเท่าใด หากไม่มีเกลือแร่ ให้ทำน้ำเกลือแร่เอง โดยใช้น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา (ช้อนยาเด็ก 3 ช้อนชาได้เท่ากับ 15 กรัม) ผสมน้ำสะอาด 750 มิลลิลิตร (ขวดน้ำปลาที่มีคอคอด หรือ ใช้ขวดนม 8 ออนซ์ 3 ขวด กับอีก 1 ออนซ์) ใส่เกลือประมาณครึ่งช้อนชาแล้วต้มให้เดือด ทิ้งไว้ให้เย็น หรือใช้น้ำข้าวเติมเกลือและน้ำตาล หรือป้อนด้วยน้ำแกงจืด ดังนั้นสรุปไม่มียารักษาเรื่องจริง แต่โรคนี้รักษาได้ตามอาการ อย่าตกใจมากมายไปตามข่าว